จุดเริ่มต้นจากความสนใจเรื่องการลงทุน
ถ้าย้อนกลับไปตอนเรียนมหาวิทยาลัย ผมคงไม่คิดว่าวันหนึ่งจะมาทำงานเป็น Financial Advisor
ผมจบด้านการเงินจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตอนเลือกเรียน คุณพ่อกับพี่สาวเป็นคนแนะนำ เพราะมีเรื่องหุ้น กองทุน และการลงทุนที่ผมสนใจอยู่แล้ว
ถึงจะเรียนด้านการเงิน แต่ตอนนั้นผมยังเข้าใจเรื่องนี้ไม่มากอย่างที่คิด มีหลายวิชาที่ไม่ได้ตั้งใจเรียนเท่าที่ควร โดยเฉพาะ Personal Finance ซึ่งตอนนั้นรู้สึกว่ายาก และยังไม่เห็นความสำคัญของมัน
พอเริ่มเห็นคนรอบตัวเติบโต ผมก็อยากกลับมาตั้งใจทำอะไรสักอย่างให้จริงจัง จึงเลือกเริ่มจากเรื่องที่สนใจอยู่แล้ว นั่นคือการลงทุน
ผมได้ลองแข่งขัน SCBS U-Invest และผ่านเข้ารอบ 100 คน พร้อมกับเริ่มตั้งใจเรียนในวิชาที่เลือกมากขึ้น

หลังจากนั้นผมมีโอกาสทำงานด้านผลิตภัณฑ์ Futures ที่ บล.ฟิลลิป เช่น SET50 Index Futures, Gold Online Futures และ Single Stock Futures แบบ Block Trade
งานส่วนหนึ่งคือการจัด Online Coaching แบบตัวต่อตัวและ Online Webinar ทำให้ได้พัฒนาทักษะการโค้ชออนไลน์และเรียนรู้เรื่อง Futures มากขึ้น

ต่อมาผมทำงานเป็น Content Writer ที่ Bitkub Blockchain Technology เขียนบทความและข่าวประชาสัมพันธ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
นอกจากงานเขียน ยังได้ทำ SEO สำหรับเนื้อหาเกี่ยวกับ NFT, Blockchain และ Metaverse พร้อมกับศึกษาเรื่อง Cryptocurrency มากขึ้น

ทั้งสองช่วงทำให้ผมได้เรียนรู้การลงทุนจากการทำงานจริง รวมถึงจากรุ่นพี่และคนรอบตัวอีกมากมาย
ตอนนั้นผมยังมองการเงินผ่านเรื่องการลงทุนเป็นหลัก ทั้งหุ้น กองทุน อนุพันธ์ และสินทรัพย์ดิจิทัล
จุดเปลี่ยนที่ทำให้มองการเงินกว้างกว่าเดิม
คุณพ่อมีอิทธิพลต่อชีวิตผมมาก ท่านคอยให้คำแนะนำและเป็นที่พึ่งของครอบครัว รวมถึงคนรอบข้าง
คำสอนหนึ่งที่จำได้เสมอคือ
“บริหารเวลา บริหารเงิน บริหารชีวิต”

วันหนึ่งคุณพ่อต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล และหลังจากนั้นเกือบหนึ่งปี ท่านก็จากไปในวัย 66 ปี
มันเร็วกว่าที่ผมคิดไว้มาก
ช่วงนั้นผมมีคำถามกับตัวเองทั้งเรื่องสุขภาพ อายุขัย และความไม่แน่นอนของชีวิต
เมื่อครอบครัวต้องจัดการเรื่องทรัพย์สินและมรดกหลังคุณพ่อจากไป ผมจึงได้เห็นว่า การมีทรัพย์สินกับการมีเงินพร้อมใช้ในเวลาจำเป็นเป็นคนละเรื่องกัน
บางเรื่องต้องใช้เวลา บางเรื่องมีขั้นตอนทางกฎหมาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันยังดำเนินต่อไป
ประสบการณ์นี้ทำให้ผมเริ่มมองการเงินกว้างกว่าคำถามว่า ควรลงทุนอะไรหรือทำอย่างไรให้เงินเติบโต
ผมหันมาให้ความสำคัญกับการจัดการความเสี่ยง การเตรียมเงินให้พร้อมใช้ และการวางแผนเพื่อคนในครอบครัวมากขึ้น
นั่นทำให้ผมกลับมาเรียนรู้ Personal Finance ที่เคยมองข้ามอีกครั้ง
กลับมาเรียนรู้การวางแผนการเงินอย่างจริงจัง
ผมไม่ได้วางแผนมาก่อนว่าจะเข้ามาทำงานเป็น Financial Advisor แต่พอได้เรียนรู้งานนี้จริง ๆ ก็พบว่าการวางแผนการเงินมีมากกว่าการลงทุน
ผมได้รู้จักทั้งการบริหารความเสี่ยง การวางแผนประกัน การเกษียณ ภาษี และการส่งต่อทรัพย์สิน ยิ่งเรียนรู้ก็ยิ่งเห็นว่ายังมีเรื่องที่ต้องศึกษาอีกมาก
ผมจึงตัดสินใจเข้าเรียนหลักสูตร CFP เพื่อกลับมาเรียนรู้การวางแผนการเงินอย่างเป็นระบบ
ระหว่างเรียนหลักสูตร CFP ผมได้เรียนรู้การจัดทำนโยบายการลงทุน (Investment Policy Statement: IPS) ซึ่งใช้วางแนวทางการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่แต่ละคนยอมรับได้
หลังสอบผ่าน 2 Paper ผมได้รับคุณวุฒิ AFPT ด้านการลงทุน
สำหรับผม AFPT ไม่ได้เป็นเพียงคุณวุฒิต่อท้ายชื่อ แต่เป็นอีกก้าวของการกลับมาเรียนรู้สิ่งที่เคยมองข้าม และพัฒนาความรู้เพื่อนำไปใช้กับคนที่มาปรึกษา
อีกส่วนหนึ่ง ผมก็อยากให้คุณพ่อภูมิใจกับสิ่งที่กำลังทำอยู่
AFPT™ คุณวุฒิ AFPT260195
Associate Financial Planner (Thailand)
- ออกโดย
- สมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA)
- ใช้ได้ถึง
- 31 ธ.ค. 2571
ตัวแทนประกันชีวิต 6801064783
ตรวจสอบกับ คปภ.ผู้วางแผนการลงทุน 106654
ตรวจสอบกับ ก.ล.ต.นายหน้าประกันวินาศภัย 6904009841
ตรวจสอบกับ คปภ.
ตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของแต่ละหน่วยงาน โดยค้นหาจากชื่อหรือเลขที่บนการ์ด
แผนการเงินที่เริ่มจากชีวิตของแต่ละคน
วันนี้ผมยังชอบเรื่องการลงทุนเหมือนเดิม แต่เมื่อมีใครมาปรึกษา ผมอยากเริ่มจากการทำความเข้าใจชีวิตของเขา
ผมอยากรู้ว่าเขากำลังวางแผนอะไร มีใครที่ต้องดูแล กังวลเรื่องไหน และอยากเตรียมตัวสำหรับอนาคตอย่างไร เพราะแผนที่เหมาะกับคนหนึ่ง อาจไม่เหมาะกับอีกคน
บทบาทของผมจึงเป็นการใช้ความรู้และประสบการณ์ช่วยให้แต่ละคนเข้าใจทางเลือกของตัวเอง และเตรียมพร้อมกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในชีวิต
เรื่องคุณพ่อทำให้ผมเห็นความสำคัญของการเตรียมรับความเสี่ยงและดูแลคนในครอบครัว มุมมองนี้จึงเป็นพื้นฐานของคำแนะนำด้านประกันชีวิตและประกันวินาศภัยในวันนี้
ส่วนประสบการณ์จาก บล.ฟิลลิป และ Bitkub ทำให้ผมเข้าใจการลงทุนมากขึ้น ขณะที่การเรียนหลักสูตร CFP ช่วยเติมเครื่องมือวางแผน วันนี้ผมนำทั้งสองส่วนมาใช้ให้คำแนะนำด้านการลงทุนและช่วยจัดทำ IPS สำหรับแต่ละคน
ยังมีเรื่องให้เรียนรู้อีกมาก และผมตั้งใจจะพัฒนาตัวเองต่อไป
ผมจึงอยากชวนให้เริ่มวางแผนตั้งแต่วันที่ยังมีเวลาเตรียมตัว ก่อนถึงวันที่จำเป็นต้องใช้แผนนั้นจริง ๆ






