หลายคนที่ทำประกันสุขภาพ โรคร้ายแรง หรือประกันชีวิตกับ AIA ก็อาจไม่รู้มาก่อนว่า ประกันที่ตัวเองทำไว้ มีสิทธิพิเศษต่างๆ จากโครงการ AIA Vitality ด้วย
หรือบางคนก็ใช้บริการจาก Partner ของ AIA อย่าง Fitness First, SF Cinema, Tops ก็อาจเคยเห็นโปรโมชันของ AIA แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร บทความนี้ จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ AIA Vitality พร้อมสรุปสิ่งที่เราควรรู้กันครับ
AIA Vitality คืออะไร
AIA Vitality เป็นโครงการสุขภาพและสิทธิประโยชน์ของ AIA ที่ชวนสมาชิกทำกิจกรรมดูแลสุขภาพ เช่น ตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีน ออกกำลังกาย หรือทำแบบประเมินผ่าน AIA+ เพื่อสะสมคะแนนและเลื่อนสถานะตามเงื่อนไขของโครงการ
โดยสถานะที่สูงขึ้นอาจทำให้มีสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมาย และในแบบประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันโรคร้ายแรงบางแบบที่เข้าร่วมโครงการ ก็จะมีโบนัสเงินคืนตามสถานะ ซึ่งจะมีรายละเอียดการจ่ายที่แตกต่างกัน
เงินคืน AIA Vitality จากแบบประกันที่ทำ
หนึ่งในจุดสำคัญที่ทำให้หลายๆ คนตัดสินใจทำประกัน AIA คือ AIA Vitality ซึ่งประกันแต่ละแบบก็จะมีรูปแบบการจ่าย % เงินคืนที่แตกต่างกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้

โดยรูปแบบของโบนัส AIA Vitalty จะมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ คือ
1.AIA Vitality Healthy Bonus
2.AIA Vitality Bonus
3.AIA Vitality Unit Linked

สำหรับโบนัสประเภท Healthy Bonus จะมีแบบประกันที่เข้าร่วมด้วยกัน 3 แบบ ก็คือ
1.AIA Life Protector 70 และ AIA Life Protector 80 ที่มีอัตราโบนัสสูงสุด 18% (กรณีทำสถานะในระดับ Platinum)
2.AIA CI ProCare สูงสุด 9% (กรณีทำสถานะในระดับ Platinum)


สำหรับคนที่ทำประกันสุขภาพหรือประกันโรคร้ายแรง AIA จะเป็นโบนัสประเภท Vitality Bonus
โดยประกันโรคร้ายแรง AIA ทุนตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป (ยกเว้น CI Top-Up กำหนดที่ 200,000 บาท) จะมีอัตราโบนัสให้สูงสุด 20%
สำหรับค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายวันที่เข้าร่วม โครงสร้าง AIA Vitality Bonus ปัจจุบันมีอัตราสูงสุดตามสถานะและเงื่อนไขของแบบประกัน โดยผลประโยชน์อาจแตกต่างตามการเคลมในรอบปีกรมธรรม์นั้นๆ และรุ่นของสัญญา จึงควรดูตารางสิทธิของกรมธรรม์ที่ถืออยู่จริง
และ AIA Health CI Hero ก็เข้าร่วมโครงการ AIA Vitality กลุ่มนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

สำหรับ Unit Linked ของ AIA จะมีเงินคืนแยก 3 กลุ่ม คือ
1.ค่าการประกันภัย (ประกันชีวิต) ปีแรก 10% สำหรับประกันชีวิต หากทำทุนไว้ตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป และปีต่อจะได้สูงสุดถึง 20% ตามสถานะที่ทำได้
2.สำหรับประกันโรคร้ายแรงทุนตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไปที่แนบในสัญญา Unit Linked จะได้รับเงินคืนในปีแรก 5% และปีต่ออายุสูงสุด 25%
3.สำหรับประกันสุขภาพ รวมถึงค่าชดเชย จะยังไม่มีในปีแรก แต่จะมีเงินคืนในปีต่อไปสูงสุด 15%
แต่ประกันโรคร้ายแรงและประกันสุขภาพที่แนบในประกัน Unit Linked จะต้องเป็นประเภท UDR เท่านั้นด้วย
จะอัปสถานะ AIA Vitality ต้องเก็บคะแนนให้ได้เท่าไหร่?
เมื่อเราเห็นแล้วว่า สถานะของ AIA Vitality มีผลต่อเงินคืนจากเบี้ยประกันที่เราจ่ายแล้ว คราวนี้เรามาดูที่คะแนนที่เราจะต้องเก็บบ้างครับว่า ถ้าจะทำให้ได้สถานะต่างๆ เราจะต้องทำให้ได้กี่คะแนน โดยสามารถดูได้จากตารางข้างล่างได้เลยครับ
| สถานะ | คะแนนในปีสมาชิก |
|---|---|
| Bronze | 0–9,999 คะแนน |
| Silver | 10,000–19,999 คะแนน |
| Gold | 20,000–29,999 คะแนน |
| Platinum | 30,000 คะแนนขึ้นไป |
จะเห็นว่า ถ้าเราอยากได้เงินคืนเยอะๆ เราจะต้องทำคะแนนให้ได้ 30,000 คะแนนขึ้นไปในปีสมาชิกนั้นๆ และในปีถัดไป ก็จะต้องมาเก็บใหม่ ซึ่งเราสามารถเก็บได้ผ่านกิจกรรมต่างๆ ผ่านภารกิจที่กำหนด
รวม Quest ดูแลสุขภาพ เก็บแต้ม AIA Vitality
เมื่อเรารู้แล้วว่า แต่ละสถานะ จะต้องทำคะแนนให้ได้เท่าไหร่ คราวนี้ มาดูกิจกรรมดูแลสุขภาพเพื่อเก็บแต้ม AIA Vitality กันบ้างครับ
โดยถ้าเราแบ่งกลุ่มกิจกรรมของ AIA Vitality ให้เห็นภาพง่ายๆ ก็จะมีทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ
1.กลุ่มกิจกรรมดูแลสุขภาพ รับสูงสุด 31,830 คะแนนต่อปีสมาชิก
2.กลุ่มออกกำลังกาย รับสูงสุด 15,000 คะแนนต่อปีสมาชิก
3.แบบประเมินออนไลน์ รับสูงสุด 5,500 คะแนนต่อปีสมาชิก
4.กิจกรรมพิเศษทั้งผ่านแอป AIA+ และกิจกรรมที่ AIA Vitality จัด รับสูงสุด 1,400 คะแนนต่อปีสมาชิก

โดยกิจกรรมที่เพิ่มเข้ามาในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมานี้ จะเป็นกิจกรรม Functional Fitness เช่น HYROX, Crucible Fitness Games เป็นต้น และ Obstacle Course Racing เช่น Spartan Race, Viper Challenge เป็นต้น
และเพิ่มในส่วนของรายการฉีดวัคซีน HPV และ RSV
โดยบางกิจกรรมอย่างการออกกำลังกาย ระบบนับคะแนนจากกิจกรรมที่ได้คะแนนสูงสุดเพียงกิจกรรมเดียวในวันนั้น ไม่ได้นำทุกกิจกรรมในวันเดียวกันมาบวกทั้งหมด
ซึ่งถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพประจำปีอยู่แล้ว หรือใช้ Smart Watch เป็นปกติ ก็สามารถทำกิจกรรมได้เลย เพียงแค่เชื่อมต่อแอปฯ ต่างๆ อย่าง Apple Health, Garmin กับ AIA+ เท่านั้น
ส่วนใครที่ยังไม่มี Smart Watch ก็สามารถใช้โทรศัพท์มือของตัวเองไปก่อนได้ แล้วหลังจากนั้น ก็ลงทุนซื้อมาเพื่อเก็บแต้ม Vitality ก็ได้เช่นกัน
อยากได้ Silver ต้องออกกำลังกายหนักไหม
สำหรับผม การเก็บแต้มให้ได้ Silver ไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไปครับ ถ้าเกิดใครที่ยังไม่อยากเริ่มต้นด้วยการออกกำลังกาย ก็เริ่มจากการตรวจสุขภาพประจำปี ฉีดวัคซีน ตอบคำถามจากแบบประเมิน ก็สามารถเก็บได้ 10,000 คะแนนแล้วครับ
สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับสมาชิก AIA Vitality
สมาชิก AIA Vitality อาจได้รับสิทธิจากพาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพ อาหาร การออกกำลังกาย และบริการอื่นตามรายการที่ AIA ประกาศในแต่ละช่วง สิทธิ ส่วนลด ร้านค้าที่ร่วมรายการ และเงื่อนไขสามารถเปลี่ยนได้ จึงควรตรวจใน AIA+ หรือหน้า AIA Vitality ก่อนใช้งาน

นอกจากโบนัสที่เชื่อมกับแบบประกันแล้ว โครงการยังมีรางวัลและสิทธิประโยชน์ตามสถานะหรือกิจกรรมในแต่ละช่วง แต่จำนวนสิทธิ รายการรางวัล และเงื่อนไขไม่ได้คงที่ตลอดเวลา ควรยึดข้อมูลใน AIA+ และเอกสารโครงการฉบับปัจจุบันเป็นหลัก
AIA Vitality Plus มีสิทธิเพิ่มจากสมาชิกแบบปกติตามเงื่อนไขของโครงการ จำนวนสิทธิและรายการรางวัลอาจแตกต่างตามช่วงเวลา จึงควรตรวจรายละเอียดปัจจุบันก่อนตัดสินใจอัปเกรด
AIA Vitality Plus คืออะไร ต่างจากสมาชิกปกติอย่างไร
AIA Vitality Plus เป็นระดับสมาชิกที่มีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากสมาชิกปกติตามเงื่อนไขที่ AIA กำหนด เช่น รางวัลจากกิจกรรมหรือสิทธิที่เชื่อมกับพาร์ทเนอร์บางรายการ รายละเอียด ค่าธรรมเนียม และสิทธิที่ได้รับควรตรวจจากหน้า AIA Vitality หรือ AIA+ ฉบับปัจจุบันก่อนสมัคร

การอัปเกรดจะคุ้มหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้สิทธิที่เพิ่มขึ้นจริงมากน้อยแค่ไหน ไม่ควรสรุปว่าคุ้มกว่าค่าธรรมเนียมสำหรับทุกคน ควรเทียบค่าธรรมเนียมปัจจุบันกับสิทธิที่คาดว่าจะใช้ก่อนตัดสินใจ
สรุป
AIA Vitality ถือเป็นโครงการที่ช่วยให้เราหันมาดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้นผ่านกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การตรวสุขภาพประจำปี การออกกำลังกาย การฉีดวัคซีน และอื่นๆ อีกมากมาย โดยจะได้รับคะแนนเพื่ออัปสถานะ รับทั้งเงินคืน และส่วนลดจาก Partner ของ AIA
หากสนใจ AIA Vitality Plus ให้ดูว่าพฤติกรรมการใช้งานของคุณตรงกับสิทธิที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ แล้วค่อยเทียบกับค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องอัปเกรดเพียงเพราะมีประกัน AIA อยู่แล้ว



